ชิโอะคิดว่ากำลังจะย้ายบ้าน ด้วยเหตุผลหลายๆประการ...
จะไม่มีการลงฟิคชั่นในระยะนี้ แล้วก็จะทยอยลบเรื่องที่ลงไปแล้วออกด้วยค่ะ
รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ตัดสินใจย้าย ชิโอะไม่ขอพูดอะไรที่นี่ดีกว่า -"-
ไว้หาที่อยู่ใหม่ได้เมื่อไหร่ จะมาบอกอีกทีนะคะ ^^
ชิโอะคิดว่ากำลังจะย้ายบ้าน ด้วยเหตุผลหลายๆประการ...
จะไม่มีการลงฟิคชั่นในระยะนี้ แล้วก็จะทยอยลบเรื่องที่ลงไปแล้วออกด้วยค่ะ
รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ตัดสินใจย้าย ชิโอะไม่ขอพูดอะไรที่นี่ดีกว่า -"-
ไว้หาที่อยู่ใหม่ได้เมื่อไหร่ จะมาบอกอีกทีนะคะ ^^
Warning...กว่า 90% ของบล็อกนี้มีเนื้อหาเป็น Yaoi, Boy's love,
หรือที่เรียกกันว่าชายรักชาย ท่านใดที่บังเอิญผ่านเข้ามาแล้วไม่เห็นด้วย
หรือรู้สึกไม่สบายจิตไม่สบายใจเกี่ยวกับเนื้อหา Yaoi
รบกวน + กรุณาช่วยปิดหน้านี้ไปด้วยค่ะ
ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ และขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ ^^"
This is a boy's love story, please leave if you feel uncomfortable.
.
.
.
Whatever You Say (HBD to Kibum)
Detail
Title: Whatever You Say (HBD to Kibum)
Author: Shiori, Yukishino
Rating: PG- 13
Paring: Kibum x Donghae Ft. Super Junior
คิบอมถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาก่อนเวลาที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ราวๆสิบนาทีด้วยน้ำหนักและความอุ่นของร่างที่ทาบทับลงมาเหนือผ้าห่มที่คลุมตัวไว้อยู่ เปลือกตาทั้งสองข้างปรือขึ้นช้าๆ้ด้วยความสะลึมสะลือ แต่พอเห็นนัยน์ตาสีชาใสแจ๋วที่จ้องตอบกลับมาแล้วคิบอมก็รู้สึกว่าความง่วงมันได้ปลิวหายไปกับลมเบาๆที่พัดออกมาจากเครื่องปรับอากาศโดยทันที
ว้า ~ ทำไมตื่นเร็วนักล่ะคิบอม ยังไม่ทันได้ปลุกเลยนะ
ทงแฮพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะค้อนอย่างไม่จริงจังนัก ร่างบางชันแขนข้างหนึ่งขึ้นมาไว้รองคางตัวเอง ก่อนจะเอามือที่ว่างอีกข้างบีบจมูกคนเพิ่งตื่นอย่างหมั่นเขี้ยวอยู่ได้สองสามที ก่อนที่มือนุ่มจะถูกดึงไปกุมไว้ด้วยมืออุ่นๆของคิบอมที่ยังดูจะมึนงงอยู่เล็กน้อย
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความง่วง แต่เป็นเพราะท่าทางของทงแฮที่ดูขี้อ้อนผิดปกติไปต่างหาก
ทงแฮ เสียงทุ้มเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ คนถูกเรียกเลิกคิ้วเป็นเชิงคำุถามพร้อมยิ้มให้อย่างน่ารัก
หืม?
ทำไมวันนี้ ทงแฮถึงได้มาปลุกคิบอมแบบนี้? คำถามในประโยคหลังที่ตั้งใจจะุุถามกลับต้องถูกกลืนลงคอกลับไปอย่างยากลำบากเมื่อหัวกลมๆของร่างบางที่นอนทับอยู่ด้านบนวางแนบลงกับอกแกร่งอย่างอ้อนๆ
ดวงตาของคิบอมเหลือบไปเห็นปฎิทินที่ติดอยู่ตรงประตูห้องแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้
อ่อ เป็นแบบนี้นี่เอง
ร่างสูงยิ้มกับตัวเองเงียบๆ ก่อนจะใช้แขนโอบประคองเอวเล็กไว้ด้วยความสบายใจ
คิบอม
คราวนี้ถึงตาทงแฮบ้างที่เป็นฝ่ายเรียก คิบอมก้มลงสบตากับอีกฝ่ายที่เงยหน้าฉาบรอยยิ้มหวานขึ้นมาอีกรอบ
สุขสันต์วันเกิด?
คือคำพูดที่คิบอมคิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากบางได้รูปคู่นั้น แต่ทว่า
ไปเล่นเกมด้วยกันหน่อยสิ ฮยอกแจมันแพ้แล้วพาล คยูฮยอนก็ออกไปข้างนอกกับซองมินแล้วชั้นเืบื่อ
อ้าวเฮ้ย?
คิบอมร้องอยู่ในใจ สีหน้าที่ชะงักไปเล็กน้อยทำให้ทงแฮขมวดคิ้วตามอย่างงงๆ
มีอะไรเหรอ? เสียงหวานถาม แต่คิบอมก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยไม่ทัีนได้ตอบอะไรกลับ แล้วในจังหวะที่ยังตั้งตัวไม่ถูกก็ถูกคนตัวเล็กแต่ใจร้อนทั้งฉุดทั้งลากให้ลุกจากเตียงแล้วออกไปเล่นเกมด้วยกันจนได้
วันนี้วันอะไรจำไม่ได้จริงๆเหรอ ทงแฮ ~ ?
/ * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * /
นัยน์ตาสีนิลเหลือบมองใบหน้าเอาจริงเอาจังของคนข้างๆเป็นระยะๆ ในขณะที่มือก็กดปุ่มควบคุมบนจอยอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักคิบอมในตอนนี้ไม่ได้มีกะจิตกะใจมานั่งเล่นเกมอยู่แบบนี้ แต่ยังไงก็ขัดทงแฮไม่ได้ซักครั้งเขาไม่ได้รู้สึกโกรธหรือน้อยใจแต่หนักไปทางแปลกใจมากกว่า เพราะปกติแล้วทงแฮจะเป็นคนแรกที่ชิงบอกสุขสันต์วันเกิดให้เขาก่อนคนอื่นๆด้วยเหตุผลทำให้คนฟังอยากจับมาหอมแก้มซะให้เข็ด
คนสุดท้ายที่คิบอมเห็นก่อนนอนคือชั้น คนแรกที่คิบอมเห็นตอนตื่นนอนก็คือชั้น เพราะฉะนั้นชั้นก็ต้องบอกคิบอมเป็นคนแรกด้วยสิ
คิบอมอ่า~ ทงแฮลากเสียงยาว ก่อนจะจิ๊ปากอย่างขัดใจในตอนท้ายแล้วขมวดคิ้วมุ่นเพราะผลที่ออกมาดูจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไรนักร่างบางขมุบขมิบปากให้กับคำว่าKibum Wins อยู่สองสามครั้งก่อนจะหันมาทำหน้างอใส่คนชนะแล้วตามมาด้วยเสียงโวยวายตามแบบฉบับของตัวเอง
ชนะได้ไงเนี่ย? เกมนี้นายยังไม่เคยเ่ล่นไม่ใช่เหรอ? ขี้โกงนี่
คิบอมไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มกลับไปให้เหมือนทุกทีแล้วมันก็ยิ่งทำให้อารมณ์หงุดหงิดของทงแฮแย่ลงไปกว่าเดิม
ชั้นจะไปกินน้ำกลับมาแล้วนายเตรียมแพ้ไว้ได้เลย!
แล้วก็เดินตรงไปทางห้องครัวโดยที่ไม่ลืมทิ้งสายตาคาดโทษไว้ให้ร่างสูงที่ดูจะชินไปเสียแล้ว คิบอมนั่งเล่นเกมอื่นเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลาจนกระทั่งร่างบางๆของพี่ชายคนสวยเดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องนอน ผมที่ถูกตัดเสียสั้นกุดด้วยความรำคาญของเจ้าตัวชี้ไม่เป็นทรง แต่กระนั้นก็ไม่ได้ลดความหวานของใบหน้าให้น้อยลงไปได้เลย
สุขสันต์วันเกิดน้องรัก ฮีชอลเดินมาขยี้ผมคิบอมไป ส่วนอีกมือก็ปิดปากหาวไป คิบอมมองหน้าร่างบางก่อนเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
ขอบคุณครับพี่พี่เป็นคนแรกเลยนะที่จำวันเกิดผมได้เนี่ย
คำพูดของน้องเกือบเล็กสุดทำเอาฮีชอลชะงักไปชั่วครู่ ท่าทางที่ดูจะตื่นดีไม่ตื่นดีเมื่อครู่หายวับไปทันที ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วก็เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมด้วยความไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง
พูดเล่น!? แล้วเจ้าพิน็อคคิโอของพี่จำวันเกิดนายไม่ได้หรือไง?
คิบอมหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะทิ้งแผ่นหลังพิงกับโซฟาแล้วส่ายหน้าแทนคำตอบ ฮีชอลหันซ้ายหันขวาสองสามครั้งก่อนทำท่าเหมือนจะเรียกน้องรักอีกคนมาเืตือนความจำ แต่ร่างสูงรีบห้ามไว้ซะก่อนที่จะได้ทันเปล่งเสียงอะไรออกไป
ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ ให้เขาจำได้เองดีกว่าผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว
ร่างบางที่ทำท่าจะค้านในตอนแรกกลับต้องเปลี่ยนใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไงตัวเองก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แถมในเมื่อเจ้าตัวเองต้องการแบบนั้นก็ป่วยการจะไปยุ่งอะไรด้วย...
แต่ฮีชอลกลับนึกโทษไปถึงใครบางคนที่ถึงจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงแต่ก็อดหงุดหงิดเป็นการส่วนตัวไม่ได้
เป็นถึงหัวหน้าวง วันเกิดคิบอมทั้งทีแต่ทำไมไม่เตือนทงแฮ!
เจ้าแม่ของวงกระตุกยิ้มแสยะ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปทางประตูบานเดิมที่เพิ่งเดินออกมาเมื่อไม่เกินสามนาทีก่อน
ทึกกี้!! ตื่นมาคุยกับชั้นเดี๋ยวนี้!
เอาล่ะสิดูท่าหนึ่งในดีเจซูคิระที่ทำงานกลับมาดึกดื่นเมื่อคืนจะได้หมดเวลานอนเสียแล้ว
คิบอมนึกรู้สึกผิดอยู่ในใจอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถึงยังไงพี่ชายคนสวยของเขาก็ต้องหาเรื่องไปโวยวายใส่พี่อีทึกให้ได้อยู่ดีเรียกว่าเป็นการแก้แค้นเล็กๆน้อยๆที่พอจะทำได้ เพราะอ้างอิงไปถึุงคำบอกเล่าของน้องเล็กร้ายเงียบอย่างคยูฮยอนแล้ว
เวลากลางวันเป็นของพี่ฮีชอลแต่พอกลางคืนแล้วพี่อีทึกก็เอาคืนทบต้นทบดอกชนิดที่เรียกว่ายิ่งกว่าคุ้มซะอีก
คิดอะไรอยู่อีก? เสียงหวานคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่กระโดดปุ๊กมานั่งตรงตำแหน่งเดิมของตัวเองก่อนจะลุกไปดื่มน้ำเมื่อครู่ ทงแฮดูท่าจะอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย คิบอมมองดูอีกฝ่ายยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดริมฝีปากเหมือนเด็กๆแล้วก็ต้องยิ้มขึ้นมาอีกรอบ
ไม่มีอะไรนี่ครับทงแฮก็อยู่ตรงนี้ ผมก็เลยไม่รู้จะคิดถึงใคร
ประสาท! ใบหน้าที่ทั้งหวานทั้งเริ่มจะขึ้นสีเรื่อหันมาถลึงตาให้หนึ่งที ก่อนจะโยนจอยใส่ร่างสูงแก้เขิน
ไม่ต้องมาพูดมาก รีบๆเล่นได้แล้วคราวนี้นายแพ้แน่ คอยดู!
/ * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * /
เวลาตลอดทั้งบ่ายหมดไปกับการนั่งเล่นเกมอยู่หน้าจอทีวีเพราะทงแฮที่แพ้อยู่ทุกทีไปกลับไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คิบอมเองก็ไม่อยากจะขัดใจจึงเล่นต่อไปตามความต้องการของคนสวยโดยไม่มีการปริบากบ่นใดๆทั้งสิ้น จนกระทั่งตกเย็นที่ซองมินเดินเข้ามาชวนทงแฮออกไปหาอะไรกินเล่นกันข้างนอกนั่นแหละที่ทงแฮถึงไ้ด้ยอมวางมือตามซองมินออกมาจากอพาร์ตเม้นต์จนได้
ถึงตอนนี้แล้วทงแฮกำลังมีความสุขอยู่กับการค่อยๆและเล็มครีมบนเค้กบลูเบอรี่ของโปรดไปกับการมองผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาโดยที่ไม่มีใครสังเกตว่าสองในสิบสามของสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์กำลังนั่งอยู่ในร้านเบเกอรี่เล็กๆแห่งนี้เพราะบังเอิญที่ๆทงแฮกับซองมินนั่งอยู่เป็นจุดบอดอย่างพอดิบพอดีถ้ามองมาจากข้างนอก แล้วพระอาทิตย์ที่ค่อยๆลาลับขอบฟ้าไปอย่างไม่เร่งรีบดูเหมือนจะทำให้ของว่างก่อนมือค่ำในวันนี้ทั้งเปรี้ยวทั้งหวานขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว
อร่อยเนอะทงแฮ ซองมินกระพริบตาปริบๆก่อนจะส่งสายตาหวานฉ่ำให้กับเค้กฟักทองที่นอนอยู่บนจานของตัวเองก่อนจะบรรจงตักเข้าปากอีกคำโดยมีร่างบางทีนั่งอยู่อีกฝั่งพยักหน้าเห็นด้วย
ทงแฮเผลอคิดไปถึงหน้าป่องๆของใครบางคนที่ลอยเข้ามาในหัวอย่างช่วยไม่ได้จินตนาการกับตัวเองไปว่าวันเกิดคิบอมที่จะถึงในสองวันข้างหน้า ถ้าได้สั่งเค้กจากร้านนี้ไปให้เป็นของขวัญวันเกิดคงดีไม่น้อยเลยทีเดียว
ความคิดของร่างบางคงจะโลดเล่นต่อไป ถ้าเพื่อนซี้ในชุดเสื้อยืดสีชมพูตัวโปรดไม่พูดอะไรสะกิดใจขึ้นมาเสียก่อน
ดีนะที่วันนี้ไม่ใช่วันเสาร์วันอาทิตย์คนก็เลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
มือที่กำลังจะตักเค้กบลูเบอรี่เข้าปากชะงักค้าง ใบหน้าสวยหวานที่กำลังจะก้มลงไปกินเงยกลับขึ้นมาแทบจะทันที ดวงตาสีชาทั้งสองข้างฉายแววงุนงงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆถูกแทนที่ด้วยความตระหนก
วันนี้ไม่ใช่วันอาทิตย์หรอกเหรอซองมิน?
ซองมินเบิกตากว้างกับคำถามของอีกฝ่าย
ใช่ที่ไหนกันล่ะทงแฮวันนี้วันอังคาร วันเกิดของคิบอมไงจำไม่ได้เหรอ?
เคร้ง!
คราวนี้ช้อนที่ถือค้างอยู่ในมือถึงกับร่วงลงกระทบกับจานเมื่อความรู้สึกตั้งแต่ปลายนิ้ว ไล่มาถึงข้อศอกมันหายไปซะเฉยๆวินาทีต่อมาก ทงแฮก็พรวดพราดลุกจากเก้าอี้ไม่พูดไม่จาแล้ววิ่งออกจากร้านเบเกอรี่ร้านเดิมไปโดยที่ทิ้งเค้กบลูเบอรี่ไว้เช่นเดียวกับซองมิน
คนที่โดนทิ้งก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะไม่นึกว่าทงแฮจะจำวันเกิดของคิบอมไม่ได้จริงๆ!
/ * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * /
เสียงปึงปัง เสียงปิดประตูโครมใหญ่ แล้วตามมาด้วยเสียงที่คุ้นหูซะยิ่งกว่าคุ้นของเจ้าปลาการ์ตูนของฮีชอลทำให้ร่างบางต้องรีบลุกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยทันที วินาทีต่อมาเสียงเรียกชื่อเขาก็ดังลอดช่องว่างใต้ประตูเข้ามาก่อนที่เสียงรัวเคาะประตูจะดังขึ้นหน้าห้อง ฮีชอลเปิดประตูออกแล้วก็เห็นร่างผอมๆของทงแฮยืนทำท่าร้อนอกร้อนใจรออยู่ก่อนแล้ว
พี่ฮีชอล~ เจ้าตัวดีเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ประกอบกับแววตารู้สึกผิดปนกับหาทางออกไม่เจอทำให้ฮีชอลรู้ตัวว่าคงต้องหากระดาษทิชชู่มานั่งซับน้ำตาให้น้องรักอีกแหงๆ
เป็นอะไรอีกล่ะเรา? คนอายุมากกว่าถามออกไปพลางดึงร่างที่บางไม่แพ้กันเข้ามากอดปลอบ ทั้งๆที่จริงๆแล้วในใจก็มีคำตอบกับท่าทางร้อนใจทำอะไรไม่ถูกของทงแฮอยู่แล้วแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เพราะไม่อยากจะไปซ้ำเติมให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม
วะ วันนี้วันเกิดคิคิบอม แต่ผมนึกว่ายังเป็นวันอะ อาทิตย์อยู่แล้วยังไม่ได้เตรียมอะไรให้คิบอมเลย ไม่ทันแล้ว~ พูดไปก็ร้องไป ฮีชอลถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงสบกับสายตาขอความช่วยเหลือที่ทงแฮส่งมาให้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ปัญหาใหญ่ก็คือ วันนี้คิบอมไปซูคิระ กลับมาก็ตีหนึ่งตีสองถึงจะหาของขวัญได้ภายในวันนี้หรือไม่ ยังไงมันก็ไม่ทันอย่างที่ทงแฮว่า
เสียงร้องให้ไปบ่นง้องแง้งไปของคนตัวเล็กเรียกให้ฮีชอลต้องกลับมาปลอบใจอีกครั้ง
โอ๋ๆไม่เป็นไรหรอกน่าทงแฮ คิบอมมันไม่กล้าโกรธนายหรอก เชื่อพี่เหอะ
แต่คำปลอบใจของพี่ชายคนสวยกลับยิ่งไปจี้ใจดำของทงแฮมากกว่าเดิม น้ำตาหยาดใสร่วงลงมาจากดวงตาสีชาคู่สวยมากกว่าเดิม แล้วก็ซุกหน้าเข้ากับบ่าของคนที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อยพร้อมกอดไว้แน่นเหมือนเด็กๆ ฮีชอลเงียบไปพักใหญ่เนื่องจากวิธีแก้ปัญหาร้อยแปดวิชาที่เคยมีอยู่ในหัวกลับพร้อมใจกันทรยศหนีหายไปซะดื้อๆ ตากลมโตกวาดมองไปรอบๆห้องในขณะที่มือเรียวก็ลูบหัวปลอบใจน้องที่ถึงจะไม่เล็กสุด แต่ก็ทำตัวเหมือนจะเด็กสุดอยู่ทุกทีไป
แล้ววินาทีต่อมา สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับคูปองลดราคาสินค้าของร้านพิซซ่าที่ดูเหมือนอีทึกผู้เป็นเจ้าของห้องที่แท้จริงจะเอามาแปะไว้บนที่ว่างของบอร์ดจดตารางงาน
ริมฝีปากสวยได้รูปคลี่ยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ แววเจ้าเล่ห์ที่หายไปได้พักใหญ่กลับมาวิ่งเล่นในดวงตาคู่โตอีกครั้ง
ทงแฮอ่า~ หยุดร้องซะนะเด็กน้อย พี่คิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ
/ * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * / * /
เหนื่อยมั้ยคิบอม วันนี้ทำงานข้ามวันเกิดเลยนะเนี่ย
นั่นสิพี่ ดูดิ๊~ มันยิ้มจนตาแทบปิด ไม่รู้เพราะดีใจที่แก่ขึ้นอีกหรือว่าเพราะง่วงกันแน่
นายก็ไม่แตกต่างไปจากชั้นนักหรอกน่า เสียงทุ้มของพระเอกคนดีตอบกลับมาเรียบๆ แต่ทำให้ฮยอกแจสะอึกอยู่ในใจจนพูดอะไรไม่ออกไปได้ชั่วระยะหนึ่ง อีทึกที่กำลังยืนไขกุญแจเข้าห้องอยู่หัวเราะหึรู้ดีว่าน้องเล็กสุดสองคนในวงเป็นประเภทเงียบๆไม่ค่อยเรื่องมากอะไร แต่พอเปิดปากพูดขึ้นมาแต่ละทีแล้วคมบาดคนฟังจนเลือดซึมซิบๆเลยทีเดียว
นายสองคนจะเถียงกันพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ระวังห้องข้างๆกับห้องตรงข้ามไว้หน่อยเดี๋ยวเค้าจะออกมาว่าให้
ถ้าข้างห้องกับห้องตรงข้ามไม่ใช่พี่ฮีชอลก็ยังไม่เป็นไรหรอกฮะ
ฮยอกแจพูดจบแล้วก็รีบสอดตัวผ่านช่องประตูที่อีทึกกำลังเปิดค้างอยู่เล็กน้อยแล้ววิ่งหายเข้าห้องของตัวเองไปก่อนที่จะโดนขายาวๆของหัวหน้าวงเตะเข้าให้ข้อหาเล่นของสูง คิบอมเองพอเข้ามาได้เป็นคนสุดท้ายก็ไม่ืลืมล็อคประตูก่อนจะเดินตรงไปยังห้องของตัวเองเลยเช่นกัน
แต่แล้วคิบอมก็ต้องแปลกใจรอบดึกเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นไฟในห้องยังสว่างอยู่ที่สำคัญคือร่างบางที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงแล้วส่ิงยิ้มมาให้ทั้งๆที่ตาคู่สวยบวมแดงเหมือนไปวิ่งผ่านพายุทะเลทรายมายังไงยังงั้น
ทงแฮทำไมยังไม่นอนครับ? ดึกแล้วนะ
รอคิบอมอยู่ไง
คิบอมหัวเราะในลำคอกับคำตอบของอีกฝ่าย ร่างสูงถอดแจ็กเก็ตแขวนเช่นเดียวกับกระเป๋าที่พาดอยู่ที่บ่า ก่อนจะเดินลงไปนั่นลงข้างๆทงแฮแล้วลูบเรือนผมนุ่มเบาๆอย่างรักใคร่
แล้วนี่เพิ่งร้องไห้ไปใช่มั้ย?...เป็นอะไรครับคนดี?
เปล่าแค่โกรธตัวเองที่จำวันผิดวัน
ร่างสูงหัวเราะน้อยๆ ดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดพร้อมกับฉวยโอกาสฝังจมูกลงกับผิวแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างโดยมีเสียงร้องค้านเบาๆแก้เขินดังขึ้นตามมา
นี่ เดี๋ยวสิของขวัญวันเกิดน่ะ ไม่เอาแล้วเหรอ?
คิบอมชะงักครู่หนึ่งกับคำพูดของอีกฝ่าย นัยน์ตานิลฉายแววสงสัยอย่างเห็นได้ชัดจนทงแฮต้องยิ้มออกมาหน่อยๆ
ไหนบอกว่าจำผิดวันไงครับ?
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรให้ซะหน่อย ทงแฮพูดแล้วก็ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดอีกฝ่าย กระโดดลงจากเตียงเดินไปหยิบอะไรบางอย่างที่โต๊ะเขียนหนังสือ ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมพร้อมด้วยรอยยิ้มพราย
อ่ะ นี่ถึงมันจะเป็นอะไรที่ง่ายๆไปหน่อย แต่หวังว่านายจะชอบ ว่าแล้วก็ยัดกระดาษขนาดเท่านามบัตรใส่มือมือใหญ่ไปปึกหนึ่ง คิบอมก้มลงมองกระดาษในมือแล้วก็ต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
คูปองทำทุกอย่าง??
ใช่ทำทุกอย่างเลยตั้งแต่ปัดฝุ่น กวาดบ้าน ล้างจาน ทำความสะอาดห้องน้ำ จัดห้อง จัดชั้นหนังสืออย่างเวลาที่คิบอมโดนพวกพี่ๆเค้าใช้ให้ทำงานบ้าน ชั้นก็จะทำแทนให้เองจนกว่านายจะใช้คูปองหมด
นัยน์ตาสีชาใสแจ๋วกระพริบปริบๆ ทงแฮมีเวลาไม่พอที่จะออกไปซื้อของที่ดีกว่านี้ให้ จึงได้แต่หวังว่าของขวัญจากไอเดียของฮีชอลที่หาได้ในนาทีสุดท้ายจะทำให้คิบอมพอใจได้ซักหน่อยก็ยังดี
แล้วก็เพราะอาจจะคิดมากไป ทงแฮจึงไม่ทันสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของคิมคิบอม!!
ทำอะไรก็ได้เหรอ?
ฮื่ออะไรก็ได้ืืืทั้งนั้น
งั้น ร่างสูงทำหน้าครุ่นคิด นิ้วมือยาวถูกยกขึ้นแตะปลายคาง ก่อนที่ปากจะเอ่ยคำที่ทำให้ร่างบางหน้าแดงวาบไปในทันที
ถอดเสื้อออกสิครับทงแฮ
.
.
.
คูปองใบแรกเพิ่งถูกจะใช้ไปแล้วที่เหลืออยู่อีกตั้งไม่รู้กี่ใบนั่นล่ะ??
Theyre all yours, Kim Kibum. Whatever you say, use them however you wish!!
- The End -
:: Talk ::
ที่ลงช้าเพราะว่าเพราะว่าTT.TT
เพราะว่า เอิ่มมมม ไม่พูดดีกว่า ฮืออออ
ความผิดชิโอะเต็มๆ ทั้งๆที่สัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ลงช้าแท้ๆ
ผิดสัญญาอีกแล้ว ~ TT-TT
Warning...กว่า 90% ของบล็อกนี้มีเนื้อหาเป็น Yaoi, Boy's love,
หรือที่เรียกกันว่าชายรักชาย ท่านใดที่บังเอิญผ่านเข้ามาแล้วไม่เห็นด้วย
หรือรู้สึกไม่สบายจิตไม่สบายใจเกี่ยวกับเนื้อหา Yaoi
รบกวน + กรุณาช่วยปิดหน้านี้ไปด้วยค่ะ
ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ และขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ ^^"
This is a boy's love story, please leave if you feel uncomfortable.
.
.
.
Title:เราคงต้องเป็นแฟนกัน
Author: Kurohana Shiori
Rating:PG-13
Main Paring: Kibum x Donghae
Warning: เสี่ยวนิด เสี่ยวหน่อย เสี่ยวน้อยๆ แต่เสี่ยวนานๆ + ยาวเฟื้อย *^__________^*
เราคงต้องเป็นแฟนกัน
Artist: Punch
อยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยข้องเกี่ยวกับใคร
ก็แสนจะสุขสบายตามใจตัวเองไว้ก่อน
ทงแฮ ~ เสียงเรียกคุ้นหูดังมาแต่ไกล ชักให้ใบหน้าหวานเริ่มกระตุกน้อยๆด้วยความไม่พอใจ เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ๆเรื่อย เสียงหนังสือที่ถูกกระแทกลงกับโต๊ะไม้ดังโครม แล้วก็คำพูดในประโยคต่อมา
เหลือเชื่อนะที่อยู่ๆคนอย่างแกจะโทรมาเรียกให้ชั้นตามมาที่ห้องสมุดเนี่ย
ทำใหทงแฮหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว!
คนอย่างชั้นมันทำไมห๊ะ อีฮยอกแจ!? เสียงหวานพูดรอดไรฟันออกมาพร้อมกับส่งสายตาหวานปานน้ำผึ้งอาบยาพิษไปให้ร่างโปร่งเจ้าของชื่อ
แล้วนี่มันห้องสมุด จะแหกปากไปให้มันได้ความสนใจจากบรรณรักษ์หรือไง?
ฮยอกแจมองข้ามไหล่บางๆไปยังเค้าท์เตอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับประตู ก่อนจะหันกลับมาสบนัยน์ตาสีชาอีกครั้ง
ก็น่าสนดีออก ปากนิด จมูกหน่อย ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ ผมยาวดัดเป็นลอน
อีฮยอกแจ!
ล้อเล่นน่า ล้อเล่น ร่างโปร่งยิ้มแหยๆำพลางรีบเปลี่ยนเรื่องแทบจะไม่ทัน
ว่าแต่ที่แกเรียกชั้นมาถึงนี่ เรื่องอะไรอีกล่ะ?
ร่างบางถอนใจเล็กน้อย คิ้วสวยได้รูปขมวดมุ่นก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารขนาดหนาพอประมาณไปให้เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ฮยอกแจเปิดดูคร่าวๆแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าทงแฮอีกรอบ
Psychology of Language?
เสียงหวานครางฮื่อในลำคอแทนคำตอบโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากกองกระดาษตรงหน้า มือเรียวถือปากกาจดอะไรยุกยิก ก่อนจะบ่นพรืดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
ไอ้ตอนเรียนวิชานี้มันก็สนุกอยู่หรอกแต่พอต้องมานั่งเขียนรายงานนี่ไม่เห็นสนุกเลยซักนิด
แกก็เลยจะให้ชั้นช่วย?
เรื่องสิ! ทงแฮรีบส่วนกับทันควัน ทิ้งปากกาในมือแล้วรีบคว้าแฟ้มงามในมือของผู้หวังดีกลับมาถือไว้เอง
ให้นายช่วยสู้ไม่ต้องส่งมันไปซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
อ้าว? ฮยอกแจผิวปากหวือ เขาไม่ได้รู้สึกเคืองกับคำพูดประชดชันของทงแฮเพราะชินกับนิสัยของอีกฝ่ายดีถึงแม้ว่าจะเสียดายอยู่นิดๆที่ปากคอเราะร้ายไม่ได้เข้ากับใบหน้าสวยหวานนั่นเลยก็ตามที
แล้วแกจะให้ชั้นมาทำอะไร? อย่าบอกนะว่าจะให้นั่งเฝ้าแกทำรายงานจนเสร็จน่ะ ร่างโปร่งถามต่อ แล้วก็บ่นอะไรงุบงิบกับตัวเองจับใจความได้ว่ามีดริงค์กับเพื่อนคนอื่นไว้ก่อนแล้ว ท่าทางไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ไม่กล้าปฎิเสธของฮยอกแจทำทงแฮรู้สึกอดหมั่นไส้อยู่ลึกๆไม่ได้
ทำยังกะโดนสั่งห้ามไม่ให้ปีนต้นมะพร้าวงั้นแหละฺํชั้นจะให้นายมาช่วยเก็บของพวกนี้หรอก ไอ้เรื่องไปดริงค์คืนนี้ คยูฮยอนก็ชวนชั้นเหมือนกันไม่ต้องกลัวอดหรอกน่า
ได้ฟังอย่างนั้นแล้ว หน้าที่แห้งๆไปชั่วครู่ของเพื่อนรักลูกครึ่งไก่ผสมลิงของทงแฮก็ดูจะสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย ฮยอกแจรีบคว้าแฟ้มน้อยใหญ่รวมไปถึงหนังสือมารวบไว้แนบอกให้เรียบร้อยโดยไม่คิดจะขัดใจอะไรอีกเนื่องด้วยกลัวว่าคนใจร้อนจะเปลี่ยนใจไปเสียอีกรอบ
อยากเที่ยวก็ไป ไม่ไหวก็กลับมานอน
ไม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนจนได้มาพบกับเธอ
ทงแฮไม่เคยปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความเครียดนานเกินไป
ทันทีที่พบเพื่อนสนิทร่วมมหาลัยที่นั่งล้อมรอบโต๊ะโปรดด้านในของร้านประจำ ความอ่อนล้าจากที่เรียนมาทั้งวันก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มสดใสที่ดูเหมือนจะมีไว้ทำให้คนที่เผลอมองชื่นใจเล่น เสียงหวานๆหัวเราะออกมาเป็นระยะจากเรื่องขำขันที่เล่าสู่กันฟังภายในกลุ่ม สลับกับเอาไว้เถียงคนโน้น แหย่คนนี้บ้างไปตามประสาเพื่อนฝูง
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ บทสนทนาก็เริ่มจะเมามันส์ขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการเพิ่มจำนวนแก้วของแอลกอฮอล์ที่ไหลผ่านลำคอไปอีกแก้ว
ขอ Camerons Kick มาอีกแ้ก้วสิ ร่างบางหันไปสั่งแก้วโปรดกับบริกรที่เดินผ่านมาพอดี ร่างเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ๆท้วงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่านัยน์ตาเรียวสีชาเริ่มจะดูหวานฉ่ำขึ้นมาทุกที
พรุ่งนี้มีเรียน จะไหวหรือทงแฮ?
แค่วิสกี้ ดริงค์ธรรมดาๆน่าซองมินไม่เป็นไรหรอกไม่ไหวก็แค่นอน อีกอย่างนะ Absolut Passion ของฮีชอลยังแรงกว่า Camerons Kick ของฉันอีก
อย่างพวกเราจะไปเทียบกับฮีชอลได้ไงล่ะแล้วนี่มันแก้วที่สามแล้วนะ
ดื่มเก่งแบบนี้คงต้องหาคนดูแลแล้วล่ะมั้ง ฮยอกแจพูดแซวขึ้นมา แอบนึกต่อไปในใจว่าถ้าทงแฮมีคนมาดูแลอย่างที่ว่าจริงๆ ตัวเขาเองก็จะได้สละหน้าที่เพื่อนรับใช้(?)ทิ้งเสียที
น่าสนแฮะ?
นี่คยูฮยอน แล้วเมื่อไหร่คิบอมมันจะมาซักทีวะ? อีทึกถามขึ้นมาจากอีกฟากของโต๊ะ มือก็พยายามแย่งแก้วทรงสูงออกจากมือฮีชอลนี่ถ้าใครไม่รู้เรื่องคงคิดว่าเขากำลังพยายามแย่งน้ำมะนาวที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรมาจากอีกฝ่าย แต่แท้ที่จริงแล้วไอ้น้ำเหลืองอ่อนจนเกือบขาวนี่แหละ ฤทธิ์เยอะสมชื่อ Absolut Passion ดีนักแล
อีกไม่นานหรอก มันออกมาได้ซักพักแล้ว
คิมคิบอม เพื่อนซี้ร่วมคณะของอีทึกและคยูฮยอนที่ทงแฮยังไม่เคยรู้จักแต่ที่ได้ยินคนโน้นคนนี้พูดถึงแต่ละครั้งก็ฟังดูเนื้อหอมใช่ย่อยหัวดี นิสัยขรึมๆแล้วก็อยากจะรู้อยู่เหมือนกันว่าหล่อนักหนาอย่างที่เค้าว่ากันจริงหรือเปล่า
เออๆพอแล้วน่าฮีชอล ประโยคแรกนั้นหันไปตอบรับคยูฮยอน ส่วนประโยคที่สองเป็นประโยคที่เอ่ยห้ามด้วยความเป็นห่วงกับคนข้างๆ แต่ทว่าคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าดื้ออย่างร้ายกาจอย่างฮีชอลน่ะ มีหรือจะฟัีง?
ชั้นยังไม่เมาซะหน่อย
อีทึกเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำตอบ ก่อนจะหัวเราะออกมานิดๆแล้วก้มลงไปกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน
ชั้นก็ไม่ได้ตั้งใจจะรอให้นายเมาแล้วค่อยห้ามซะหน่อยขืนปล่อยให้เมา คืนนี้ก็ไม่สนุกกันพอดีสิ
ทันทีที่ได้ยินประโยคสองแง่สามงามจากอีกฝ่าย ดวงตาคู่โตของฮีชอลก็ฉายแววขัดเขินขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆที่ไม่มีใครทันสังเกต เพราะประโยคต่อมาที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากได้รูปที่คลี่ยิ้มมุมปากได้อย่างน่าดูก็ดังพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมโต๊ะแทบจะสำลักน้ำ(แอลกอฮอล์) ไปตามๆกัน
พูดเหมือนกับไม่รู้จักชั้นแน่ะ ทึกกี้ลืมไปแล้วเหรอว่าคราวที่แล้ว เจ้านี่มันทำชั้นเปรี้ยวได้ขนาดไหน? ว่าพลางก็เขย่าแก้วทรงสูงใบเดิมในมือไปมาเบาๆ
งั้นก็ทวนความจำให้หน่อยสิ
ร่างบางหัวเราะคิกคักถูกใจกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ไม่ต่างกันของอีกฝ่าย
ยังไม่ถึงเวลา อย่าเพิ่งใจร้อนน่า
คำพูดที่ดูเริ่มจะมีเนื้อหาเผ็ดร้อน จัดจ้านขึ้นทุกทีทำให้คยูฮยอนต้องรีบเอามืออุดหูซองมิน คนน่ารักของเขาก่อนที่จะกลายเป็นฟักทองต้มสุกด้วยความร้อนจากอุณหูมิที่มากองรวมกันจนทำให้ดวงหน้าขาวๆเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด
ครับๆ ไอ้คุณปาร์คจองซูรู้แล้วว่ารักกันร้อนแรงขนาดไหน แ่ต่จะพูดอะไรช่วยสงสารคนฟังหน่อยสิครับไอ้คุณเพื่อน
คยูฮยอนประชดโดยมีฮยอกแจเป็นฝ่ายหัวเราะสนับสนุน(?) เช่นเดียวกับฮีชอลที่เป็นคนต้นเรื่องอีกคนที่ไม่มีใครกล้าพาดพิงถึงก็หัวเราะตามไปด้วยเมื่อเห็นท่าทางอายจนแทบจะละลายไปกับบทสนทนาเมื่อครู่ของซองมิน
เสียงแซวล้อยังคงดังต่อไปด้วยความสนุกสนานของคนแซวทั้งหลาย คยูฮยอนที่จะขัดก็ขัดไม่ทันจึงได้แต่อ้าปากพะงาบๆเหมือนจะห้ามแต่ก็ห้ามไม่ได้
มาช้าไปหน่อย เริ่มเมากันซะแล้ว?
ทงแฮเป็นเพียงคนเดียวที่เพียงแค่นั่งยิ้มมองคนอื่นๆอย่างเงียบๆ เมื่อเสียงทุ้มที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นนอกวงสนทนาจึงได้หันไปมองร่างสูงที่เดินมาหยุดอยู่ข้างๆเขาอย่างพอดิบพอดี เป็นเวลาเสี้ยววินาทีหนึ่งที่ทงแฮรู้สึกวูบวาบในใจขึ้นมากระทันหัน ก่อนร่างบางจะใช้ศอกสะกิดซองมินเบาๆ
อ้าว คิบอม มาแล้วเหรอ เสียงใสของซองมินทักขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใคร เรียกให้ความสนใจของอีทึก ฮีชอล ฮยอกแจ รวมไปถึงคยูฮยอนเปลี่ยนมารวมกันที่เจ้าของชื่อที่ยังคงยืนอยู่แบบนั้น แุถมยังแจกจ่ายยิ้มให้กับทุกคนเสียจนตาหยี
ไม่มาซะพรุ่งนี้เลยล่ะไอ้คุณชายคิมคิบอม อีทึกประชดทักทายอย่างไม่จริงจังนัก คิบอมยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแล้วตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทพอกัน
อีกไม่ถึงสิบนาทีก็พรุ่งนี้แล้ว เหมือนกันแหละน่า
กูประชดมึงเว้ย
กูก็ประชดมึงเหมือนกันครับ คุณปาร์คจองซู
เออๆ พวกมึงจะประชดก็ประชดไป แต่มึงช่วยนั่งลงก่อนได้มั้ยวะคิบอมข้างๆทงแฮนั่นแหละ ฮยอกแจว่า โบ้ยหน้าไปทางที่ว่างที่ยังเหลืออยู่เพียงที่เดียว
ทงแฮรู้สึกเหมือนอุณหภูมิบริเวณใบหน้าของตัวเองจะขึ้นสูงกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อนัยน์ตาสีดำสนิทของร่างสูงที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆเขาหันมาสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลของตัวเอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
ผม คิมคิบอมยินดีที่ได้รู้จักครับ
เราทงแฮอีทงแฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะคิบอม
คำทักทายเรียบง่ายเหมือนคนเพิ่งพบเจอปกติทั่วไป
แต่รอยยิ้มหวานที่คิบอมได้รับกลับมานั้น