2007/Aug/12

Warning...กว่า 90% ของบล็อกนี้มีเนื้อหาเป็น Yaoi, Boy's love,

หรือที่เรียกกันว่าชายรักชาย ท่านใดที่บังเอิญผ่านเข้ามาแล้วไม่เห็นด้วย

หรือรู้สึกไม่สบายจิตไม่สบายใจเกี่ยวกับเนื้อหา Yaoi

รบกวน + กรุณาช่วยปิดหน้านี้ไปด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ และขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ ^^"

This is a boy's love story, please leave if you feel uncomfortable.

.

.

.

Title:เราคงต้องเป็นแฟนกัน
Author: Kurohana Shiori
Rating:PG-13
Main Paring: Kibum x Donghae
Warning: เสี่ยวนิด เสี่ยวหน่อย เสี่ยวน้อยๆ แต่เสี่ยวนานๆ + ยาวเฟื้อย *^__________^*

เราคงต้องเป็นแฟนกัน
Artist: Punch

อยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยข้องเกี่ยวกับใคร
ก็แสนจะสุขสบายตามใจตัวเองไว้ก่อน

ทงแฮ ~ เสียงเรียกคุ้นหูดังมาแต่ไกล ชักให้ใบหน้าหวานเริ่มกระตุกน้อยๆด้วยความไม่พอใจ เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ๆเรื่อย เสียงหนังสือที่ถูกกระแทกลงกับโต๊ะไม้ดังโครม แล้วก็คำพูดในประโยคต่อมา

เหลือเชื่อนะที่อยู่ๆคนอย่างแกจะโทรมาเรียกให้ชั้นตามมาที่ห้องสมุดเนี่ย

ทำใหทงแฮหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว!

คนอย่างชั้นมันทำไมห๊ะ อีฮยอกแจ!? เสียงหวานพูดรอดไรฟันออกมาพร้อมกับส่งสายตาหวานปานน้ำผึ้งอาบยาพิษไปให้ร่างโปร่งเจ้าของชื่อ

แล้วนี่มันห้องสมุด จะแหกปากไปให้มันได้ความสนใจจากบรรณรักษ์หรือไง?

ฮยอกแจมองข้ามไหล่บางๆไปยังเค้าท์เตอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับประตู ก่อนจะหันกลับมาสบนัยน์ตาสีชาอีกครั้ง

ก็น่าสนดีออก ปากนิด จมูกหน่อย ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ ผมยาวดัดเป็นลอน

อีฮยอกแจ!

ล้อเล่นน่า ล้อเล่น ร่างโปร่งยิ้มแหยๆำพลางรีบเปลี่ยนเรื่องแทบจะไม่ทัน

ว่าแต่ที่แกเรียกชั้นมาถึงนี่ เรื่องอะไรอีกล่ะ?

ร่างบางถอนใจเล็กน้อย คิ้วสวยได้รูปขมวดมุ่นก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารขนาดหนาพอประมาณไปให้เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ฮยอกแจเปิดดูคร่าวๆแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าทงแฮอีกรอบ

Psychology of Language?

เสียงหวานครางฮื่อในลำคอแทนคำตอบโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากกองกระดาษตรงหน้า มือเรียวถือปากกาจดอะไรยุกยิก ก่อนจะบ่นพรืดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

ไอ้ตอนเรียนวิชานี้มันก็สนุกอยู่หรอกแต่พอต้องมานั่งเขียนรายงานนี่ไม่เห็นสนุกเลยซักนิด

แกก็เลยจะให้ชั้นช่วย?

เรื่องสิ! ทงแฮรีบส่วนกับทันควัน ทิ้งปากกาในมือแล้วรีบคว้าแฟ้มงามในมือของผู้หวังดีกลับมาถือไว้เอง

ให้นายช่วยสู้ไม่ต้องส่งมันไปซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ?

อ้าว? ฮยอกแจผิวปากหวือ เขาไม่ได้รู้สึกเคืองกับคำพูดประชดชันของทงแฮเพราะชินกับนิสัยของอีกฝ่ายดีถึงแม้ว่าจะเสียดายอยู่นิดๆที่ปากคอเราะร้ายไม่ได้เข้ากับใบหน้าสวยหวานนั่นเลยก็ตามที

แล้วแกจะให้ชั้นมาทำอะไร? อย่าบอกนะว่าจะให้นั่งเฝ้าแกทำรายงานจนเสร็จน่ะ ร่างโปร่งถามต่อ แล้วก็บ่นอะไรงุบงิบกับตัวเองจับใจความได้ว่ามีดริงค์กับเพื่อนคนอื่นไว้ก่อนแล้ว ท่าทางไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ไม่กล้าปฎิเสธของฮยอกแจทำทงแฮรู้สึกอดหมั่นไส้อยู่ลึกๆไม่ได้

ทำยังกะโดนสั่งห้ามไม่ให้ปีนต้นมะพร้าวงั้นแหละฺํชั้นจะให้นายมาช่วยเก็บของพวกนี้หรอก ไอ้เรื่องไปดริงค์คืนนี้ คยูฮยอนก็ชวนชั้นเหมือนกันไม่ต้องกลัวอดหรอกน่า

ได้ฟังอย่างนั้นแล้ว หน้าที่แห้งๆไปชั่วครู่ของเพื่อนรักลูกครึ่งไก่ผสมลิงของทงแฮก็ดูจะสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย ฮยอกแจรีบคว้าแฟ้มน้อยใหญ่รวมไปถึงหนังสือมารวบไว้แนบอกให้เรียบร้อยโดยไม่คิดจะขัดใจอะไรอีกเนื่องด้วยกลัวว่าคนใจร้อนจะเปลี่ยนใจไปเสียอีกรอบ

อยากเที่ยวก็ไป ไม่ไหวก็กลับมานอน
ไม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนจนได้มาพบกับเธอ

ทงแฮไม่เคยปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความเครียดนานเกินไป

ทันทีที่พบเพื่อนสนิทร่วมมหาลัยที่นั่งล้อมรอบโต๊ะโปรดด้านในของร้านประจำ ความอ่อนล้าจากที่เรียนมาทั้งวันก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มสดใสที่ดูเหมือนจะมีไว้ทำให้คนที่เผลอมองชื่นใจเล่น เสียงหวานๆหัวเราะออกมาเป็นระยะจากเรื่องขำขันที่เล่าสู่กันฟังภายในกลุ่ม สลับกับเอาไว้เถียงคนโน้น แหย่คนนี้บ้างไปตามประสาเพื่อนฝูง

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ บทสนทนาก็เริ่มจะเมามันส์ขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการเพิ่มจำนวนแก้วของแอลกอฮอล์ที่ไหลผ่านลำคอไปอีกแก้ว

ขอ Camerons Kick มาอีกแ้ก้วสิ ร่างบางหันไปสั่งแก้วโปรดกับบริกรที่เดินผ่านมาพอดี ร่างเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ๆท้วงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่านัยน์ตาเรียวสีชาเริ่มจะดูหวานฉ่ำขึ้นมาทุกที

พรุ่งนี้มีเรียน จะไหวหรือทงแฮ?

แค่วิสกี้ ดริงค์ธรรมดาๆน่าซองมินไม่เป็นไรหรอกไม่ไหวก็แค่นอน อีกอย่างนะ Absolut Passion ของฮีชอลยังแรงกว่า Camerons Kick ของฉันอีก

อย่างพวกเราจะไปเทียบกับฮีชอลได้ไงล่ะแล้วนี่มันแก้วที่สามแล้วนะ

ดื่มเก่งแบบนี้คงต้องหาคนดูแลแล้วล่ะมั้ง ฮยอกแจพูดแซวขึ้นมา แอบนึกต่อไปในใจว่าถ้าทงแฮมีคนมาดูแลอย่างที่ว่าจริงๆ ตัวเขาเองก็จะได้สละหน้าที่เพื่อนรับใช้(?)ทิ้งเสียที

น่าสนแฮะ?

นี่คยูฮยอน แล้วเมื่อไหร่คิบอมมันจะมาซักทีวะ? อีทึกถามขึ้นมาจากอีกฟากของโต๊ะ มือก็พยายามแย่งแก้วทรงสูงออกจากมือฮีชอลนี่ถ้าใครไม่รู้เรื่องคงคิดว่าเขากำลังพยายามแย่งน้ำมะนาวที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรมาจากอีกฝ่าย แต่แท้ที่จริงแล้วไอ้น้ำเหลืองอ่อนจนเกือบขาวนี่แหละ ฤทธิ์เยอะสมชื่อ Absolut Passion ดีนักแล

อีกไม่นานหรอก มันออกมาได้ซักพักแล้ว

คิมคิบอม เพื่อนซี้ร่วมคณะของอีทึกและคยูฮยอนที่ทงแฮยังไม่เคยรู้จักแต่ที่ได้ยินคนโน้นคนนี้พูดถึงแต่ละครั้งก็ฟังดูเนื้อหอมใช่ย่อยหัวดี นิสัยขรึมๆแล้วก็อยากจะรู้อยู่เหมือนกันว่าหล่อนักหนาอย่างที่เค้าว่ากันจริงหรือเปล่า

เออๆพอแล้วน่าฮีชอล ประโยคแรกนั้นหันไปตอบรับคยูฮยอน ส่วนประโยคที่สองเป็นประโยคที่เอ่ยห้ามด้วยความเป็นห่วงกับคนข้างๆ แต่ทว่าคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าดื้ออย่างร้ายกาจอย่างฮีชอลน่ะ มีหรือจะฟัีง?

ชั้นยังไม่เมาซะหน่อย

อีทึกเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำตอบ ก่อนจะหัวเราะออกมานิดๆแล้วก้มลงไปกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

ชั้นก็ไม่ได้ตั้งใจจะรอให้นายเมาแล้วค่อยห้ามซะหน่อยขืนปล่อยให้เมา คืนนี้ก็ไม่สนุกกันพอดีสิ

ทันทีที่ได้ยินประโยคสองแง่สามงามจากอีกฝ่าย ดวงตาคู่โตของฮีชอลก็ฉายแววขัดเขินขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆที่ไม่มีใครทันสังเกต เพราะประโยคต่อมาที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากได้รูปที่คลี่ยิ้มมุมปากได้อย่างน่าดูก็ดังพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมโต๊ะแทบจะสำลักน้ำ(แอลกอฮอล์) ไปตามๆกัน

พูดเหมือนกับไม่รู้จักชั้นแน่ะ ทึกกี้ลืมไปแล้วเหรอว่าคราวที่แล้ว เจ้านี่มันทำชั้นเปรี้ยวได้ขนาดไหน? ว่าพลางก็เขย่าแก้วทรงสูงใบเดิมในมือไปมาเบาๆ

งั้นก็ทวนความจำให้หน่อยสิ

ร่างบางหัวเราะคิกคักถูกใจกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ไม่ต่างกันของอีกฝ่าย

ยังไม่ถึงเวลา อย่าเพิ่งใจร้อนน่า

คำพูดที่ดูเริ่มจะมีเนื้อหาเผ็ดร้อน จัดจ้านขึ้นทุกทีทำให้คยูฮยอนต้องรีบเอามืออุดหูซองมิน คนน่ารักของเขาก่อนที่จะกลายเป็นฟักทองต้มสุกด้วยความร้อนจากอุณหูมิที่มากองรวมกันจนทำให้ดวงหน้าขาวๆเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด

ครับๆ ไอ้คุณปาร์คจองซูรู้แล้วว่ารักกันร้อนแรงขนาดไหน แ่ต่จะพูดอะไรช่วยสงสารคนฟังหน่อยสิครับไอ้คุณเพื่อน

คยูฮยอนประชดโดยมีฮยอกแจเป็นฝ่ายหัวเราะสนับสนุน(?) เช่นเดียวกับฮีชอลที่เป็นคนต้นเรื่องอีกคนที่ไม่มีใครกล้าพาดพิงถึงก็หัวเราะตามไปด้วยเมื่อเห็นท่าทางอายจนแทบจะละลายไปกับบทสนทนาเมื่อครู่ของซองมิน

เสียงแซวล้อยังคงดังต่อไปด้วยความสนุกสนานของคนแซวทั้งหลาย คยูฮยอนที่จะขัดก็ขัดไม่ทันจึงได้แต่อ้าปากพะงาบๆเหมือนจะห้ามแต่ก็ห้ามไม่ได้

มาช้าไปหน่อย เริ่มเมากันซะแล้ว?

ทงแฮเป็นเพียงคนเดียวที่เพียงแค่นั่งยิ้มมองคนอื่นๆอย่างเงียบๆ เมื่อเสียงทุ้มที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นนอกวงสนทนาจึงได้หันไปมองร่างสูงที่เดินมาหยุดอยู่ข้างๆเขาอย่างพอดิบพอดี เป็นเวลาเสี้ยววินาทีหนึ่งที่ทงแฮรู้สึกวูบวาบในใจขึ้นมากระทันหัน ก่อนร่างบางจะใช้ศอกสะกิดซองมินเบาๆ

อ้าว คิบอม มาแล้วเหรอ เสียงใสของซองมินทักขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใคร เรียกให้ความสนใจของอีทึก ฮีชอล ฮยอกแจ รวมไปถึงคยูฮยอนเปลี่ยนมารวมกันที่เจ้าของชื่อที่ยังคงยืนอยู่แบบนั้น แุถมยังแจกจ่ายยิ้มให้กับทุกคนเสียจนตาหยี

ไม่มาซะพรุ่งนี้เลยล่ะไอ้คุณชายคิมคิบอม อีทึกประชดทักทายอย่างไม่จริงจังนัก คิบอมยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแล้วตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทพอกัน

อีกไม่ถึงสิบนาทีก็พรุ่งนี้แล้ว เหมือนกันแหละน่า

กูประชดมึงเว้ย

กูก็ประชดมึงเหมือนกันครับ คุณปาร์คจองซู

เออๆ พวกมึงจะประชดก็ประชดไป แต่มึงช่วยนั่งลงก่อนได้มั้ยวะคิบอมข้างๆทงแฮนั่นแหละ ฮยอกแจว่า โบ้ยหน้าไปทางที่ว่างที่ยังเหลืออยู่เพียงที่เดียว

ทงแฮรู้สึกเหมือนอุณหภูมิบริเวณใบหน้าของตัวเองจะขึ้นสูงกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อนัยน์ตาสีดำสนิทของร่างสูงที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆเขาหันมาสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลของตัวเอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

ผม คิมคิบอมยินดีที่ได้รู้จักครับ

เราทงแฮอีทงแฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะคิบอม

คำทักทายเรียบง่ายเหมือนคนเพิ่งพบเจอปกติทั่วไป

แต่รอยยิ้มหวานที่คิบอมได้รับกลับมานั้นยากที่จะลบเลือน

ทำไมไม่รู้แต่รู้ว่าอยากใกล้ชิด
หัวใจมันเริ่มออกฤทธิ์ ชอบคิดอะไรเพ้อเจ้อ

แฮ

แฮทงแฮ

ทงแฮ

อีทงแฮ!

โอ๊ย อะไรเล่า! นั่งอยู่ตรงข้ามกันแค่นี้ จะตะโกนให้มันได้อะไรของนาย ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเพื่อนรักด้วยสายตาเขียวปั๊ด ฮยอกแจลอบถอนหายใจกับตัวเอง

เอ๊ออออ ให้มันได้ยังงี้ ผิดอีกแล้วผิดทุกทีอีฮยอกแจ

แกนั่นแหละทงแฮ ทีตอนเรียกดีๆก็ไม่ได้ยินเหม่อข้ามมหาสมุทธแปซิฟิคไปถึงไซปันแล้วมั้งนั่นผ่านมาสามวันสองคืนแล้วยังแฮงค์ไม่เลิก หรือเป็นอะไรอีกล่ัะห๊ะั?

ทงแฮนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ร่างบางกระพริบตาปริบๆขณะคิดหาทางเลี่ยงที่จะไม่ต้องตอบคำถามของเพื่อน

เปล่าว่าแต่นาย หิวรึยังล่ะ

เมื่อคิดอะไรไม่ออก จึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง ฮยอกแจแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปกระทันหันของอีกฝ่ายถ้าเป็นปกติ ทงแฮจอมวีนคนนี้ไม่มีทางแค่ยอมเป็นฝ่ายใช้วิธีนุ่มนวลแบบนี้แน่

แต่ในเมื่อไม่อยากพูดฮยอกแจก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซักถามให้อีกฝ่ายจนมุม เพราะุถ้าเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวเมื่อไร ทงแฮนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายพูดออกมาเอง

ไอ้หิวมันก็หิวอยู่หรอก แต่เดี๋ยวรอพวกอีทึกมาแล้วออกไปหาอะไรกินกันนอกมหาลัยดีกว่า ชั้นมีเรียนอีกทีก็ห้าโมงโน่นแกล่ะ?

ทงแฮถอนหายใจเล็กน้อย เอามือขึ้นมาเท้าคางด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

วันนี้ไม่มีเรียนแล้ว แต่มีรายงานต้องทำ

ไอ้รายงานอันเดิมน่ะนะ?

ฮื่อต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ คิดอะไรไม่ออก

ฮยอกแจพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นร่างสูงของเพื่อนอีกสามคนเดินตรงเข้ามาพอดี

อ้าว มากันแล้ว

แล้วดูเหมือนหนึ่งในนั้นจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาการเบื่อหน่ายอารมณ์เสียของทงแฮดูจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง

ไง ไอ้เจ้าชายโจคยูฮยอน ไอ้คุณชายคิมคิบอม แล้วก็ไอ้องครักษ์จองซู

หนอยยย ว่าใครเป็นองค์รักษ์วะไอ้ลิงเผือก อย่างกูเค้าเรียกว่าเทวดาทึกกี้ไม่เคยได้ยินเร๊อะไอ้ไก่ วันๆดีแต่ขันนะมึง อีทึกได้ยินคำทักทาย(?)จากเพื่อนแล้วก็วิ่งเข้ามาล็อคคอก่อนจะใช้แทงเข่าเบาๆเข้ากับสีข้างของคนที่ได้แต่นั่งโวยวายเพราะไม่ทันตั้งตัวไปหัวเราะไป

อย่างมึงก็เป็นได้แค่เทวดาตกสวรรค์ล่ะวะโอ๊ย!...นี่สงสัยโดนใครถีบทิ้งลงมาแหง ถึงแม้จะเล่นงานกลับไม่ได้ แต่คนที่โดนหาว่าเป็นไก่บ้างเป็นลิงบ้างก็ยังใช้ปากหาเรื่องกลับได้เป็นอย่างดี คยูฮยอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่รอบโต๊ะได้แล้วก็เพียงแต่มองเพื่อนสองคนทะเลาะกันด้วยสายตาปลงตก

ปีนี้อายุปาเข้าไปยี่สิบเอ็ดแล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กสิบสองขวบทั้งคู่!

แต่ระหว่างที่สงครามย่อมๆของเทวดาตกสวรรค์และลิงเผือกกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน(ในสายตาของคู่กรณีทั้งสองคน)นั้น ความเงียบกลับเข้าครอบคลุมบรรยากาศอีกสองคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ

คนหนึ่งเงียบไป ยิ้มไป

ส่วนอีกคนที่ตัวเล็กกว่าเงียบไป หน้าแดงไป

เพราะเริ่มจะใจสั่นๆกับระยะห่างที่มีช่องว่างเพียงชิดใกล้

.
.
.

แต่เชื่อเถอะ ถึงแม้ว่าอีฮยอกแจยังคงยุ่งอยู่กับสงครามน้ำลายขนาดไหน ไอ้ท่าทางอายม้วนซะจนแทบมุดดินหนีของเพื่อนก็ไม่รอดพ้นสายตาตี่ๆแต่ดียิ่งกว่าเหยี่ยวของเขาไปได้

หาเจอแล้วคนที่ทำให้ปลาปิรันย่าฟันคม กัดเจ็บอย่างอีทงแฮ กลายเป็นปลาการ์ตูนน่ารักน่ัาชังได้ขนาดนี้

หรือจะเรียกว่าปลาแก้มแดงดี?

ยังไงก็ตามฮยอกแจมีลางสังหรณ์อยู่ลึกๆว่า เร็วๆนี้เขาอาจจะได้ปลดตัวเองออกจากหน้าที่เจเนอรัลเบ๊เสียที

ชั้นคิดอะไรดีๆได้แล้วทงแฮคิบอมมันเคยอยู่อเมริกาสมัยมัธยม ภาษาอังกฤษนี่คล่องปรื๋อ ให้ไปช่วยแกทำรายงานคงได้เรื่องมึงว่าไงคิบอม? ร่างโปร่งว่าขณะที่ส่งสัญญาณมือเป็นเชิงสงบศึกชั่วคราวให้กับอีทึก

คิบอมยิ้มรับ หันไปมองหน้าทงแฮแวบหนึ่งก่อนกล่าวต่อเสียงนุ่ม

ยังไงทั้งวันที่เหลือก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว ถ้าทงแฮอยากให้ช่วยผมก็เต็มใจ

งั้นเดี๋ยวไปกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้วทงแฮก็กลับไปกับไอ้คิบอมมันเลยแล้วกัน ฮยอกแจตบเข่าฉาดอย่างถูกใจ คยูฮยอนหัวเราะหน่อยๆก่อนเอ่ย

เออ งั้นตอนนี้ไปกันได้แล้ว กูหิว!

เพิ่งเจอเมื่อกี้ก็ยังจะโทรถึงเธอ
เข้านอนก็ยังจะเพ้อคิดถึงเรื่องเธอเรื่อยไป

เวลาหลายชั่วโมงนับตั้งแต่บ่ายกว่าๆผ่านไปจนค่ำมืด รายงานที่ทงแฮพยายามเขียนมาตลอดช่วงอาทิตย์ก็เกือบเสร็จสมบูรณ์ เหลือแต่จุดผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่ร่างบางตัดสินใจจะค่อยๆแก้ไขไปทีละนิดละหน่อย

ร่างบางนอนหนุนแขนตัวเองอยู่บนโต๊ะทำงานเล็กๆในห้องนอน ดวงตาเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงแล้วถึุงได้ตัดสินใจลุกขึ้นอีกรอบ ทงแฮหยิบโทรศัพท์สีเงินของตัวเองขึ้นมาแล้วกดหาเบอร์ของคนที่เพิ่งจะกลับไปได้ไม่นาน เสียงของร่างสูงยังคงวนเวียนอยู่ในหัวตั้งแต่ที่ตัวคนพูดเดินออกจากห้องของทงแฮไป

นี่เบอร์ผม ถ้าทงแฮติดขัดตรงไหนอีกก็บอกผมได้นะครับ

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังอยู่ชั่วครู่ ทงแฮรู้สึกในใจมันเบาหวิวแต่เต้นแรงแปลกๆ นึกจะกดวางสายอยู่หลายครั้งเพราะจริงๆแล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรสำคัญให้ต้องโทรไป แต่เสียงเรียกร้องลึกๆที่อยู่ในใจก็ประท้วงไว้ว่ายังไงก็อยากได้ยินเสียงทุ้มๆนั่นอีกสักครั้ง

\\ครับ คิมคิบอมพูดครับ\\

.. ด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัว พออีกฝ่ายรับสาย ทงแฮจึงได้เหวอไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีชาทั้งสองข้างกรอกไปมาขณะที่ในหัวก็นึกสรรหาคำพูดมาตอบอีกฝ่าย

\\ฮัลโหล?\\

เอ่อ คิบอม เสียงหวานๆกรอกกลับไปทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก คิบอมเงียบไปพักหนึ่งจนทงแฮรู้สึกกลัวว่าปลายสายอาจจะตัดสายทิ้งไปแล้ว

\\ทงแฮ...ทงแฮใช่รึเปล่าครับ?\\

อือ เราเองแหละเรารบกวนคิบอมมั้ย? ยุ่งอยู่รึเปล่า?

\\เปล่าหรอกครับ ผมเพิ่งถึงบ้านทงแฮมีอะไรหรือ? หรือรายงานยุ่งยากตรงไหนอีก?\\

จริงๆแล้วไม่มีอะไรหรอก ทงแฮสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เบากว่าเดิม

เราก็แค่อยากโทร

เป็นอีกครั้งที่ปลายสายเงียบไป ก่อนที่เสียงหัวเราะหึหึจะดังขึ้นมาทำให้ทงแฮรู้สึกอายตัวเองเล่น

\\ว้า...ทงแฮชิงโทรมาเสียก่อนแบบนี้แล้ว คืนนี้ผมก็อดโทรหาทงแฮแล้วสิทั้งๆที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ\\

แล้วคิบอมจะโทรมาหาเราทำไม? ทงแฮกลั้นใจถาม พยายามทำเสียงให้ฟังดูปกติที่สุดทั้งๆที่ในใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ

\\ผมจะโทรไปถามว่า...ถ้าพรุ่งนี้ผมจะไปรับทงแฮมามหาลัย ทงแฮจะอนุญาตรึเปล่าครับ? จะได้ไม่ต้องขึ้นรถประจำทางเหมือนทุกวันไง\\

คราวนี้กลายเป็นร่างบางซะเองที่เป็นฝ่ายเงียบ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเพราะเจ้าตัวต้องการจะกลั้นรอยยิ้มก่อนจะค่อยๆตอบรับด้วยประโยคอ้อมๆ

พรุ่งนี้เรามีเรียนสิบโมง

//งั้นเจอกันแปดโมงเช้าดีมั้ยครับ? จะได้ไปหาอะไรกินก่อน//

อืมขอบใจนะ

//ไม่เป็นไรครับ กับทงแฮจะเมื่อไหร่ผมก็เต็มใจ//

คิบอมเราจะนอนแล้วล่ะ 

//งั้นราตรีสวัสดิ์ครับ//

คิบอม ทงแฮเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหวานหูกว่าครั้งก่อนๆเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะรีบวางสายเพราะความเขิน

เจอกันพรุ่งนี้ฝันดีนะ

แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มของตัวเอง ร่างบางซุกลงไปในผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าแหงนขึ้นมองเพดาน ในขณะที่มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาสัมผัสกับแก้มตัวเองเบาๆ

ให้ตายสิ หน้าร้อนขนาดนี้พรุ่งนี้จะไม่สบายหรือเปล่านะ อีทงแฮ?

.

.

.

แล้วจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าคำพูดของตัวเองก็ทำให้อีกฝ่ายยิ้มจนแก้มแทบแตกไปเหมือนกัน!

แล้วคืนนี้จะข่มตาหลับลงไหมหนอคิมคิบอม?

ต้องส่องกระจกแต่เช้า ทุกวัน
ยืนหมุนมันอยู่อย่างนั้น เพื่อความมั่นใจ
อยากทำตัวเองให้ดูดี ให้เธอชื่นใจ
เป็นอะไรที่มันไม่เคย

ทงแฮสาบานได้ว่าไม่เคยใช้เวลาหน้ากระจกนานขนาดนี้มาก่อน

เสื้อและกางเกงตัวแล้วตัวเล่าถูกฉวยออกมาจากตู้เสื้อผ้า มากองรวมกันอยู่บนเตียงและตามพื้นห้องนอนจนเจ้าตัวเองไม่อยากจะคิดว่าพอถึงตอนที่ต้องมาตามเก็บจะเสียเวลาไปอีกเท่าไหร่

แล้วสุดท้ายร่างบางที่เดินเข้าออกห้องน้ำห้องนอนเป็นสิบรอบก็มาจบอยู่ที่เสื้อไหมพรมแบบบางสีเทาตัวเก่งโดยที่มีเสื้อกล้ามสีดำสวมรองไว้ด้านใน กับกางเกงยีนส์สีเข้มตัวเก่งที่มีจุดเด่นอยู่ตรงรอยขาดขนาดใหญ่อยู่บนขากางเกงทั้งสองข้าง

ตาเรียวสวยเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งก่อนจะคว้ากระเป๋ามาสะพายบ่าแล้วเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ลืมล็อกห้องให้เรียบร้อยในเวลาอีกสิบนาทีแปดโมง

ทงแฮไม่ต้องการให้คิบอมต้องรอจึงตั้งใจที่จะเดินลงมารอหน้าอพาร์ตเม้นต์ก่อนเวลาเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ยังช้ากว่ารถซีดานคันสวยราคาแัพงคันเดิมที่มาส่งเขาเมื่อคืนอยู่ดี

รอนานมั้ยคิบอม? ทำไมมาเร็วนักล่ะ?... เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวลทันทีที่ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะหนังของที่นั่งข้างๆคนขับ คิบอมยิ้มน้อยๆก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทงแฮรู้สึกอบอุ่นเช่นเคย

ผมไม่อยากให้ทงแฮรอ

.

.

.

ทงแฮ ยังดูดีเหมือนทุกวันเลยนะครับ

ได้ยินประโยคนี้แล้วหัวใจมันก็พองโตจนแทบจะล้นออกมานอกอก ทงแฮหลุบตามองนิ้วมือของตนที่วางอยู่บนตักเพราะไม่กล้าหันไปสบกับนัยน์ตาสีเข้มของอีกฝ่าย แต่ถึงยังไงรอยยิ้มหวานที่ฉายชัดบนใบหน้าก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากสายตาของร่างสูงไปได้เลย

ขอบคุณ

แค่นี้ก็คุ้มกับที่ตื่นมาตั้งแต่เช้ามืดแล้วล่ะทงแฮ

แต่เป็นไปแล้ว แล้วคงจะหยุดไม่ไหว
แล้วเธอล่ะเคยบ้างไหมอาการเหมือนกันไหมเธอ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกินในความรู้สึกของทงแฮนับเป็นเวลาสองเดือนกว่าแล้วตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับคิบอมในวันแรก แต่ความสม่ำเสมอของคิบอมทำให้ความสัมพันของทั้งคู่เติบโตเร็วกว่าที่ใครๆคิดไว้

คิบอมไปรับไปส่งทงแฮทุกวัน ถึงแม้ว่าจะมีเรียนไม่พร้อมกัน

คิบอมช่วยทงแฮทำรายงานทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะอยู่คนละคณะ

คิบอมคอยโทรหาทงแฮทุกคืนเพื่อที่จะบอกแค่คำว่า ราตรีสวัสดิ์ ถึงแม้ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม

แต่ทงแฮก็ไม่เคยตอบได้ เวลาที่มีคนถามว่า

ทงแฮกับคิบอมเป็นอะไรกัน?

.

.

.

โอยยย ~

เสียงครางเบาๆของคนที่ฟุบหน้าลงกับแขนของตัวเองเรียกให้ฮยอกแจที่นั่งเล่นเกมกดในมืออยู่ละสายตาขึ้นมามอง เช่นเดียวกับสายตาของอีกสี่คู่ของคนอีกสี่คนที่นั่งอยู่ด้วยกัน

เป็นอะไรอีกล่ะ? คนที่โดนเพื่อนรักทั้งหลายแต่งตั้งให้เป็นลูกครึ่งไก่ผสมลิงถามขึ้นอย่างระมัดระวังเพราะถึงแม้หลังๆมานี่ทงแฮจะกลายเป็นปลาการ์ตูน(ตามความเห็นของฮยอกแจโดยมีคยูฮยอนเป็นฝ่ายสนับสนุน) แต่ก็ยังเป็นปลาการ์ตูนฟันคมผิดกับปลาการ์ตูนทั่วไปอยู่ดี บทจะวีนก็ยังวีนได้เนี้ยบเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยนจนทุกคนลงความเห็นกันว่ายังไงทงแฮก็ยังเป็นทงแฮคนเดิมอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้ว่าจะวีนไม่บ่อยเหมือนเมื่อก่อนก็ตาม

เครียด! สั้นๆ ง่ายๆ แต่ได้ใจความแต่ก็ยังตอบคำถามของฮยอกแจได้ไม่ถูกใจนัก ร่างโปร่งถึงได้เสี่ยงถามต่อโดยเอาความสงบสุขของหูเข้าแลก

เครียดอะไรของแก? เรื่องเงิน เรื่องเรียน เรื่องที่เล่นเกมแพ้ชั้น หรือเรื่อง

เรื่องคิบอม คำตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่กลับแทงใจใครบางคนเข้าจังๆดังออกมาจากริมฝีปากของฮีชอลที่คลี่ยิ้มมุมปากอยู่เงียบๆก่อนที่ฮยอกแจจะเดาจบ ทงแฮอ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆด้วยความที่คาดไม่ถึงว่าคำพูดเพียงแค่สามคำของเพื่อนคนสวยจะกระแทกได้ตรงใจดำจนรู้สึกจี๊ดขนาดนี้

อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้สักพัก ทงแฮก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกช้าๆ พยักหน้าหงึกหงักก่อนจะตั้งศอกขึ้นกับโต๊ะแล้วเอามือรองคาง

อือ

คิบอมทำให้คิดมากหรือทงแฮ? อีทึกถามต่อ

ก็ ไม่เชิงหรอก เสียงถอนหายใจเบาๆดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยต่อ แต่ชั้นไม่รู้จะทำยังไงหัวใจมันเต้นแรงเกินไป สงสัยจะอายุสั้นแหงๆแล้วอีกอย่าง คิบอมจะเป็นแบบที่ชั้นเป็นไหม? จะรู้สึกแบบที่ชั้นรู้สึกรีเปล่า?...

ทงแฮ ซองมินที่นั่งอยู่ข้างๆเรียกเบาๆแล้วยิ้มหวานให้กับใบหน้าสับสนของเพื่อนรัก ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบเบาๆข้างใบหูด้วยคำที่ทำให้คนฟังหน้าร้อนผ่าว

รอฟังคำตอบจากคิบอมเอาเองแล้วกันนะ

พูดจบแล้วก็ลากแขนคยูฮยอนออกไป เช่นเดียวกับอีทึกและฮีชอลที่ลุกเดินจากไปเช่นกันแม้แต่ฮยอกแจเองก็กระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเดิมแล้วย้ายตัวเองไปนั่งเล่นเกมกดคนเดียวอย่างสบายอารมณ์ที่โต๊ะว่างห่างออกไปพอสมควร

แล้วก็ปล่อยให้ทงแฮนั่งแช่งชักหักกระดูกเพื่อนตัวดีทั้งหลายอยู่ในใจที่ทิ้งให้ต้องอยู่กับต้นเหตุแห่งความวุ่นวายใจที่อยู่ๆก็โผล่มาจากไหนไม่มีใครทราบสองต่อสอง

ยังอยากฟังคำตอบอยู่รึเปล่าคนดี?

..

ทงแฮมองผมหน่อยสิครับ

..

เมื่อได้รับความเงียบกลับมาเป็นคำตอบอีกครั้ง คิบอมจึงใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้น ส่วนอีกมือก็ฉวยมือนิ่มมากุมไว้แนบอกวินาทีที่เริ่มสัมผัสความอบอุ่นของอีกฝ่ายที่แล่นผ่านฝ่ามือมา ทงแฮก็ค่อยๆช้อนตาขึ้นมาสบดวงตาของคิบอมที่จ้องมาก่อนแล้ว

ความหวั่นไหวปรากฎชัดในแววตาสีชา เมื่อเห็นความรู้สึกที่ส่งผ่านกลับมาจากนัยน์ตาสีดำสนิททั้งสองข้าง

ทงแฮอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากรู้แต่ผมอยากตอบ

..

ให้ผมตอบคำถามของทงแฮได้มั้ย?

..

ทงแฮไม่ได้เอ่ย แต่การเม้มริมฝีปากพร้อมกับพยักหน้าเบาๆก็ทำให้คิบอมรู้ว่าอีกฝ่ายยังอยากฟังคำตอบของเขาเหมือนเดิม

หัวใจผมก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เห็นหน้าทงแฮ ที่คิดถึงทงแฮเหมือนกัน

จังหวะการบีบตัวของกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกเข้าไปในหน้าอกด้านซ้ายเต้นเร็วแรง จนสามารถสัมผัสได้แม้มือเรียวจะวางอยู่เพียงผิวเผิน